ศาลหลักเมือง
ในปี 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ทรงย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีไปยังฝั่งพระนครและทรงโปรดเกล้าฯ ให้กระทำพิธีนาครสถานเพื่อยกเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 เวลา 6.45 น.

เสาหลักเมือง ทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ ด้านนอกประดับด้วยไม้แก่น กำหนดให้ตัวเสาสูงพ้นดิน 108 นิ้ว
ฝังในดิน 79 นิ้ว มีหัวเม็ดเป็นยอดสวมไว้ด้านบน ยอดหลักลงรักปิดทอง ภายในบรรจุดวงพระชันษา
พระมหานคร
เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชดำริว่าหลักเมืองทรุดโทรมจึงโปรดเกล้าฯ ให้ทำขึ้นใหม่ เนื่องจากทรงเชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์จึงทรงแก้ไขดวงเมือง โดยทรงประกอบพิธีจารึกดวงพระชันษา
พระนครบนทองคำหนัก 1 บาท ในอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามและให้ก่อศิลาขึ้นใหม่ โดยสร้างเป็นยอดปรางค์ตามอย่างศาลาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจากนั้นทรงบรรจุดวงพระชันษา
พระนครไว้ที่หลักเมืองแล้วจัดให้มีการสมโภชฉลองด้วย
อนึ่งในบรรดาเทพารักษ์ประจำเมืองที่ประดิษฐานอยู่ภายในนั้นแต่เดิมมีเพียง 3 องค์คือ พระเสื้อเมือง
พระทรงเมืองและพระหลักเมือง ต่อมารัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดำริถึงการที่ประเทศไทยสามารถผ่านวิกฤติการณ์มาได้ จึงทรงประดิษฐานพระสยามเทวาธิราชเพิ่มขึ้นอีกองค์หนึ่ง
|
ที่ตั้ง
ถ.มหาไชย
แขวงพระบรมมหาราชวัง
เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
ความสำคัญ:
สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
รถประจำทาง:1 3 6 9 15 19 25 30 32 33 39 43 44 47 53 59 60 64 65 70 80 82 91 123 201 203
รถปรับอากาศ: 1 3 25 38 39 44 82 507 508 512
ท่าเรือ:
เรือด่วนเจ้าพนะยา: ท่าช้าง
เวลาทำการ: ทุกวัน
ค่าธรรมเนียม-ค่าเข้าชม:
ไม่เสียค่าธรรมเนียม
ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน: 2518
ที่จอดรถ:
บริเวณด้านหน้าศาล
สถานที่ใกล้เคียง:
ตึกถาวรวัตถุ พระบรมมหาราชวัง
พิพิธภัณฑ์ปืนใหญ่โบราณ
พิพิธภัณฑ์ฯ พระนคร
พิพิธภัณฑ์ฯ ศิลป์ พีระศรี
ม.ธรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร
วิทยาลัยในวัง วัดพระแก้ว
วัดพระเชตุพนฯ วัดมหาธาตุฯ
สวนสราญรมย์ หอกลอง หอนาฬิกา
|